
คุณเคยซื้อลิปสติกสีที่ดูสวยในร้านแต่พอใส่แล้วดูแปลกๆ ไหม หรือซื้อ Eyeshadow Palette ที่ดู Popular มากแต่พอแต่งแล้วไม่ค่อย Work? ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากทักษะการแต่งหน้า แต่เกิดจากการเลือกสีที่ไม่เหมาะกับสีผิวของคุณ
วิเคราะห์สี (Colour Analysis) คือกระบวนการค้นหาว่าสีใดเข้ากับสีผิว สีผม และสีตาของคุณโดยธรรมชาติ และสีใดที่ทำให้คุณดูหมอง ดูเหนื่อย หรือดูแก่กว่าอายุจริง
หลักการพื้นฐานมีสองมิติ: Undertone (อุณหภูมิสี) และ Depth (ความลึกของสีผิว)
Undertone คือสีพื้นฐานใต้ผิวหนัง ซึ่งแบ่งเป็น Warm (โทนเหลือง ทอง พีช), Cool (โทนชมพู ม่วง) หรือ Neutral (ผสมระหว่างสองแบบ)
เมื่อรู้ Undertone แล้ว จะรู้ว่าสีในช่วงไหนทำให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วงไหนทำให้ผิวดูหม่น

ผิวคนไทยส่วนใหญ่มี Warm Undertone — มีโทนเหลืองหรือทองอยู่ใต้ผิว ซึ่งหมายความว่าเครื่องสำอางโทนอบอุ่นจะทำงานได้ดีกว่า
แต่ปัญหาคือ Trend เครื่องสำอางส่วนใหญ่มาจากเกาหลีและยุโรป ซึ่ง Cool Tone ได้รับความนิยมมาก ลิปสติกสีชมพูเย็น Eyeshadow โทนเทา Foundation ที่มี Pink Undertone — สีเหล่านี้ดูสวยบนผิวคนเกาหลีหรือคนยุโรปแต่ทำให้ผิวคนไทยดูซีดหรือหม่น
เมื่อรู้ Undertone ของตัวเอง คุณจะซื้อสีที่ทำงานกับผิวคุณ ไม่ใช่ต่อสู้กับมัน
ผิวคนไทยส่วนใหญ่มี Warm Undertone — มีโทนเหลืองหรือทองอยู่ใต้ผิว ซึ่งหมายความว่าเครื่องสำอางโทนอบอุ่นจะทำงานได้ดีกว่า.

คลาสวิเคราะห์สีที่ Make Up Is My Buddy เริ่มจากการดูผิวในแสงธรรมชาติโดยไม่มีเครื่องสำอาง
จากนั้นใช้ผ้า Drape สีต่างๆ วางที่ใบหน้าเพื่อดูว่าสีใดทำให้ผิวดูสว่างขึ้น ริมฝีปากดูชัดขึ้น และดวงตาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น — และสีใดทำให้ดูตรงกันข้าม
ผลที่ได้คือ Personal Colour Palette ของคุณโดยเฉพาะ พร้อมคำแนะนำสีเครื่องสำอางในแต่ละประเภท: Foundation Undertone, สีรองพื้น, โทน Eyeshadow, สีลิปสติก และสีเสื้อผ้า
นักเรียนหลายคนบอกว่านี่คือ "การลงทุนด้านความงามที่คุ้มที่สุดที่เคยทำ"

Undertone ของผิวคุณไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น Personal Colour Palette ที่ได้จากการวิเคราะห์สีใช้ได้ตลอดชีวิต
แม้ผิวจะเข้มขึ้นหรืออ่อนลงตามฤดูกาล Undertone ยังคงเดิม สิ่งที่อาจเปลี่ยนได้บ้างคือ Depth — ความเข้มหรืออ่อนของสีที่เหมาะกับคุณในแต่ละช่วงเวลา
ผลประโยชน์ที่ได้จากการวิเคราะห์สีนอกจากเครื่องสำอาง ยังใช้ได้กับการเลือกสีเสื้อผ้า สีผม และสีอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ